Fashion & Passion

 Fashion &  Passion = LIFE ที่เราเลือกได้

 

                    ก่อนอื่นเลยที่เลือกเขียนบทความนี้เพราะตัว Blogger มีความรู้สึกว่าทุกอย่างในชีวิตของเรา

 

เราเลือกที่จะเป็นได้ต่อให้มีเงื่อนไขต่างๆมากมายในชีวิตที่เป็นตัวบีบให้เราเป็นในสิ่งที่เราไม่อยากเป็นให้เป็นเรา

 

เช่นเราอยากมีบ้านแบบนี้ อยากใช้ชีวิตเเบบนี้ อยากแต่งตัวแบบนี้

              แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ปัจจัยภายนอกที่เป็นตัวกำหนดให้เราเป็นเรา แต่เป็นเพราะตัวเราเองตั้งหากที่เป็นคนกำหนด

 

ความเป็นตัวเราเองเป็นตัวกำหนดอนาคตตัวเอง

 

เราลองมาทำความเข้าใจในส่วนของ Fashion กันดีกว่า ว่าจริงๆ คำว่า Fashion ที่เราพูดๆกันอยู่ในปัจจุบัน

 

คืออะไรกันแน่ ?

 

             คำว่า Fashion ถ้าให้แปลตามพจนานุกรมแปลว่า  “สมัยนิยมหรือวิธีการที่นิยมกันทั่วไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง

 

เป็นการยอมรับจนเกิดเป็นค่านิยม

 

          สไตล์การแต่งตัวสามารถจำแนกได้เป็นประเภทนับไม่ถ้วน ต่อไปนี้เป็นสไตล์เด่นๆ หลักๆ ที่เป็นที่นิยมในอดีตจนปัจจุบัน

 

บางสไตล์ถือว่าล้าสมัยไปแล้วในปัจจุบัน บางสไตล์ถือว่าเป็นคลาสสิค เพราะแต่งเมื่อไร ก็ไม่ถูกมองว่าเชยหรือตกรุ่น

 

อย่างไรก็ตามยังมีบางสไตล์ที่เคยล้าสมัยไปแล้วอาจเวียนกลับมาเทรนด์อีกครั้ง

 

              เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่เราจะให้คำจำกัดความของคำว่า “แฟชั่น” เพราะคำๆ นี้มีความหมายกว้างไกลเกินกว่าจะจำกัด

 

เพราะฉะนั้นคำว่า Fashion หรือที่แปลว่าสมัยนิยม ด้วยคำว่านิยม ก็คือนิยมในวงกว้างแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า

เรานิยมแล้วคนอื่นจะนิยมหรือคนอื่นนิยมแล้วเราจะนิยมตามก็ไม่ใช่

 

          ตัว Blogger จึงมองคำว่า Fashion เป็นสิ่งที่เรานิยม สิ่งที่บ่งบอกความเป็นเรา โดยไม่จำเป็นต้องมีคำจำกัดความ

           ในส่วนของคำว่า Passion มีความหมายว่า “ความทะยานอยาก, การมีใจรักในสิ่งที่ทำ,ความหลงใหล

 

เป็นเหตุผลของการตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ทำให้มองเห็นเป้าหมายในชีวิตทำให้เราฟันฝ่าความยากลำบาก

            ทำให้เราเห็นโอกาสและใช้ชีวิตต่อไปได้เรื่อยๆ การใช้ชีวิตที่ไม่กังวลอยู่กับความสำเร็จหรือความล้มเหลว

 

แต่เป็นการทำสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันให้ดีที่สุด มุ่งมั่นอยู่กับงานโดยที่ไม่สนใจแต่ผลลัพธ์ ถ้าล้มเหลวก็เรียนรู้แล้วลองใหม่

 

ถ้าสำเร็จก็เรียนรู้และปรับปรุงให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ

         หลายๆคนคงสงสัยว่า Passion กับ Fashion มันเกี่ยวข้องกันยังไงทั้งสองอย่าง มันคือการแสดงออกถึงตัวตนของเรา

 

การใช้ชีวิต การพูด ทุกอย่างที่เราใส่เป็นตัวกำหนดความมั่นใจของเรา เป็นตัวกำหนดความคิดของเรา

เป็นตัวกำหนดการกระทำของเรา

 

“แล้วมันจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเรา”

 

เราสามารถเลือกเป็นในสิ่งที่เราอยากจะเป็น  เพราะชีวิตเป็นของเรา