PAULFRANK IN JAPAN เที่ยวญี่ปุ่น ตะลุยโอซาก้า 4 วัน 3 คืน

PAULFRANK IN JAPAN
เที่ยวญี่ปุ่น ตะลุยโอซาก้า 4 วัน 3 คืน
—————————————————

————————————————————————————————————————-

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำการเตรียมตัวก่อนเดินทางกันก่อนนะคะ

  • อย่างแรกที่สำคัญที่สุดของการใช้ชีวิตในต่างประเทศคืออินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการอัพรูป สิ่งสำคัญของการไปเที่ยว 5555 หรือการใช้ชีวิต หาเส้นทาง ร้านอาหารแนะนำ การเลือกช่องทางการใช้อินเตอร์เน็ต ซึ่งในปัจจุบันการใช้อินเตอร์เน็ตระหว่างท่องเที่ยวมีทางเลือกที่หลากหลาย มีทั้งแบบพ็อกเก็ตไวไฟ อินเตอร์เน็ตซิม มีให้เลือกทั้งแบบรับที่ไทยและไปรับที่ญี่ปุ่น โดยจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป ให้เลือกที่เหมาะกับเรานะคะ ถ้าไปญี่ปุ่นพลอยแนะนำ 2 Fly ของais 4 GB 8 วัน
  • อย่างที่สองให้เช็คอัตราแลกเปลี่ยน และเปรียบเทียบทุกครั้ง เงินสดคือสิ่งสำคัญนะคะ ข้อดีที่สุดของเงินสดนั้นก็คือความคล่องตัว หมุนเวียน เปลี่ยนมือง่าย สะดวก ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นนั้นแตกต่างจากค่าเงินของบ้านเรา แต่ยังคำนวณไม่ยากเกินไปค่ะ วิธีง่ายๆของพลอยคือ ตัด 0 คูณ 3 เช่น ของ 4690 Y คิดเป็นเงินไทยก็ 1407 B
  • หากใครแพลนไป Universal แนะนำให้ซื้อตั๋วก่อนเลย เพราะจะสะดวกรวดเร็วกว่า ตั๋วเข้า universal มี 2 แบบ คือ แบบที่ไว้เข้าสวนสนุกซึ่งแบบนี้เราจะผ่านประตูเข้าไปเล่นเครื่องเล่นได้ทุกอย่าง แต่บางเครื่องเล่นที่มันฮิตๆ มันอาจจะใช้เวลานาน ตั้งแต่ 30 นาที ถึง 150 นาทีเลยทีเดียว ซึ่งตั๋วประเภทนี้ก็แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ type A , B , C เรียงตามลำดับความแน่นของคนที่มาสวนสนุก และราคา ยิ่งเป็นวันที่คนมาเยอะราคาก็จะยิ่งสูงขึ้น สำหรับช่วงที่พลอยไปเป็น type B ก็ถือว่ากลางๆ ส่วนบัตรที่เราสามารถซื้อเพิ่ม top up ขึ้นไปคือ Express ซึ่งก็มีหลายแบบไปอีก คือ มีแบบ 3 express แบบ standard , 4 express พลอยเลือกแบบนี้ค่า คือ เค้าจะ fix เวลามาให้สำหรับเครื่องเล่น ใน Harry potter และ Flying dinosaur ที่เป็นเครื่องยอดฮิตคิวยาวระเบิด และอีก 2 เครื่องเล่นที่ไม่ fix เวลาคือ Jaw และก็ Spider man และอีกแบบคือ 7 express
  • ตั๋ว Osaka amazing pass ไว้เข้าสถานที่เที่ยวสำคัญๆ ใน osaka ได้ฟรี พร้อมกับการเดินทางด้วยsubway ฟรีแต่ต้อง manage เวลาดีๆ เพราะเราต้องใช้ให้คุ้มสุดๆ

_________________________________________

พร้อมกันหรือยังคะ  ถ้าพร้อมแล้วเราไปเริ่มกันเลยยยย

Welcome to KANSAI

วันแรกของการเดินทางนั้น พลอยออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองมาถึงโอซาก้าประมาณ 07.30 น. ใช้ระยะเวลาในการเดินทางราวๆ 5 ชั่วโมง

พลอยเริ่มทางเข้าตัวเมืองโอซาก้า ด้วยรถไฟ Nankai limited express rapid ซึ่งซื้อตั๋วมาจากประเทศไทยแล้ว ทั้งขาไปและขับกลับ ที่เลือกกาารเดินทางด้วยรถไฟก็เพราะว่าที่พักพลอยอยู่ใกล้สถานีปลายทางที่ Namba station เลย ซึ่งความจริงการเดินทางเข้าเมือง Osaka มีหลายรูปแบบเลย ทั้ง JR-west รถบัส และ แท็กซี่ ซึ่งขึ้นอยู่กับปลายทางที่ๆ ทุกคนไป ว่าแบบไหนเหมาะสมที่สุด สำหรับ Nankai limited express rapid ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที สามารถดูตารางรถไฟออกได้ในเว็บไซต์ของเค้าเลย

และเพื่อความสะดวกในการเที่ยวครั้งนี้ พลอยได้แวะไปฝากกระเป๋าที่โรงแรม (Apa Hotel สาขา Namba-Sinshibashi ก่อน ส่วนที่แรกที่พลอยจะไปนั้นก็คือ ตลาดคุโรมง ที่อยู่ในย่านนิปปงบาชิ (Nipponbashi) ตลาดปลาชื่อดังของ Osaka  ที่นี่มีของอร่อยมากมายจากทั่วญี่ปุ่นเลย โดยเฉพาะปลาดิบ ที่สำคัญคือราคาถูกมากๆ เลยค่า ที่ตั้งใจมาทานสุดๆ คือ Uni ที่ผ่าออกมาสดๆ จากตัวของมันเลย ราคาตัวใหญ่สุดคือ 8,000 Yen คือ 2,400 บาท กินแล้วฟินสุดๆ

ส่วนของหวานก็มี ไอศกรีมเมล่อน ลูกใหญ่มากก และหวานฉ่ำมากเลยค่า

อีกสถานที่ที่พลอยไปต่อเลยก็คือปราสาท Osaka เพราะมันคือแลนมาร์คสำคัญของ Osaka เลยทีเดียว ใครพลาดนี่ถือว่ามาไม่ถึงOsaka นะคะ พอซึมซับบรรยากาศไปสักพัก พลอยก็เดินทางกลับที่พัก แล้วก็ออกไปร้านอาหารแถวๆ ที่พัก เลือกอยู่หลายร้านสุดท้ายมาจบลงที่ย่านโดทงโบริ เมื่อกินอาหารจนอิ่มท้องแล้วก็กลับเข้าที่พัก พักผ่อนและเตรียมตัวเพื่อที่จะลุยต่อในวันถัดไป

วันที่ 2 ของการเดินทาง วันนี้พลอยตื่นแต่เช้า แล้วออกมาหาของกินก่อนออกเดินทาง เพื่อจะได้มีเวลาเที่ยว Universal Studio Japan อย่างเต็มที่

พลอยเดินทางจากที่พักโดยรถไฟมาจากสถานี JR-Namba ให้ขึ้นรถไฟสาย JR Yamatoji Line มาที่สถานี Imamiya แล้วต่อรถไฟสาย JR Osaka Loop Line มาที่สถานี Nishikujo แล้วเปลี่ยนสายเป็น JR Yumesaki Line มาลงที่สถานี Universal City3 จากสถานีรถไฟต้องเดินต่ออีกหน่อย ก็จะถึงจุดหมายปลายทางของเรา

พลอยเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนเริ่มเห็นตึกแปลกๆ ก็เหมือนโดนดึงให้หลุดเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ มีลานกว้างๆ อาคาร สิ่งก่อสร้าง ถนนสายใหญ่ที่ทั้งสองฝั่งจะมีร้านขายของฝากตลอดทาง ตื่นตาตื่นใจสุดๆ ไปเลย เดินถ่ายรูปจนเมมเกือบจะเต็มเลยคะ 5555

พลอยเดินมาต่อที่โซน Harry Potter ที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดี อินกะเรื่องนี้มากเลยอยู่นานเป็นพิเศษ ในโซนนี้จะมีจุดให้เราแวะถ่ายรูปมากมายเลยค่ะ สถานที่ต่างๆ มีเรื่องราวเหมือนกับในหนัง มีการแสดงจากเหล่านักเรียนเป็นระยะๆ และในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงปราสาทฮอกวอตส์ ซึ่งถือว่าเป็นจุดไฮไลท์ของเรื่องเลย ในนั้นจะมีเครื่องเล่นที่ห้ามพลาดเด็ดขาด เราต้องรีบมาเล่นโซนนี้ก่อนเพราะบัตร express พลอยถูกฟิตที่เวลา10โมง โดยเครื่องเล่นนี้จะพาเราเข้าไปผจญภัยในโลกของ Harry Potter มีเอฟเฟคที่สมจริงมาก หวาดเสียว แต่ก็สนุกสุดๆ

ถัดมาคือ ใช้บัตร express มาเล่น flying dinosaur ต่อ เป็นเครื่องเล่นที่กรี๊ดคอแตกสุดแล้ว เป็นรถไฟเหาะที่เราห้อยขาลงมาเหมือนโดนไดโนเสาร์ที่เป็นนกหิ้วแขนอยู่ บอกตรงๆ หลับตาปี๋ตลอดเลย

ถัดมาคือ Minion Park โซนนี่พลอยชอบมากกกกก เป็นอีกโซนที่ได้สัมผัสกับความน่ารักของเหล่าบรรดามินเนี่ยน คัลเลอร์ฟูลสุดๆ แถมยังมีขนมหน้าเจ้ามินเนี่ยนน่ารักๆ โซนนี้ถือว่าเป็นโซนที่น่ารักฟรุ้งฟริ้ง เดินเที่ยว ถ่ายรูปจนลืมดูเวลาเลยค่ะ และเราก็ไปเล่นเก็บทุกๆอย่างให้หมด อย่าง Jaw Spider man ดู Sing sing theatre ระหว่างรอการแสดงไฟที่ปราสาท Hogward และมาต่อดูพาเรดตอนกลางคืน และแล้วเราก็ต้องเดินทางกลับที่พักกันแล้ว ก่อนจะเข้าที่พักพลอยมาทานอาหารทะเลปิ้งย่างที่ร้านเปิด 24 ชั่วโมง เลยสั่งหอยทุกอย่างปิ้งครบทุกประเภท อร่อยสุดๆ ก่อนจะกลับมาพักผ่อนเก็บแรงไว้ลุยในวันต่อไป

วันที่ 3 วันนี้ใช้ Osaka amazing pass วันนี้เราเลยต้องทำเวลากันอย่างเต็มที่ เพราะเข้าฟรีและเดินทางด้วย subway ฟรีเลยต้องวางแผนการเดินทางกันดีๆ เลย ตื่นแต่เช้าเลย รีบไปสัมผัสวัฒนธรรม ใส่ชุดยูกาตะ ที่ Osaka Museum of Housing and Living

โดยวิธีการเดินทางไปพิพิธภัณฑ์ Osaka Museum of Housing and Living นั้น จะต้องลงรถไฟที่สถานี Tenjimbashisuji 6-chome แล้วมองหาทางออก 3 จะเจอตึกสูงที่อยู่ติดกับสถานี ให้กดลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้น 8 ได้เลยค่ะ เข้าไปจะมีบ้านเรือน ร้านค้า ที่มีลักษณะเหมือนกับในอดีต ได้อารมณ์เหมือนได้ย้อนกลับไปในสมัยเอโดะตอนปลาย ถ้ามีชุดยูกาตะ ถ่ายมุมไหนของบ้านก็สวย ดูเข้ากันไปหมด 555

พอใกล้มื้อเที่ยงพลอยเลือกฝากท้องไว้กับร้าน Uoshin Sushi แถวย่าน Umeda ซึ่งเป็นร้านซูชิที่เค้าบอกว่าให้เยอะจนหน้าล้น และราคาก็ไม่แรงมาก มาถึงประเทศญี่ปุ่นทั้งทีจะไม่กินซูชิก็เหมือนมาไม่ถึงนะ 555

และหลังจากเติมพลังกันเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางต่อไปทางโซนล่างของ Osaka มาพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของ ญี่ปุ่นคือ Kaiyukan (บัตร Osaka amazing pass สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ ) ที่นี่มีเจ้าฉลามวาฬยักษ์ ที่ว่ายในตู้ปลาขนาดใหญ่ร่วมกับเพื่อนๆ ของมันอีกหลายตัว พลอยเคยไปที่ Okinawa มาแล้ว มีความคล้ายกัน แต่ก็คนละอารมณ์กันเลย เพราะที่นี่พลอยได้ดูเค้าให้อาหารด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังได้เจอแมวน้ำตัวอ้วนพีที่ทำท่านอนผึ่งพุง แล้วหน้ามันก็ดูยิ้มมีความสุขอารมณ์ดีตลอดเวลาด้วย

พอเดินใน Kaiyukan เสร็จก็ไปต่อด้วยการขึ้นเรือที่ Santra maria เป็นเรือที่เลียนแบบเรือที่สำรวจโลกของโคลัมบัส ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับพิพิธภัณฑ์เราก็ใช้บัตร amazing pass ในการขึ้นฟรีใช้เวลานั่งเรือประมาณ 40 นาที จะได้เห็นวิวริมทะเลนั่งตากลมชิวเลย

ต่อจากนั้นก็มาดูวิวจากมุมสูงบ้างนะคะ Tempozan Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์ขนาดมหึมา ใช้เวลานั่งประมาณ 15 นาที  วิวในมุมสูงก็สวยเหมือนกันนะคะ

หลังจากนั้นก็รีบขึ้นโซนเหนือต่อเพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ umeda sky buiding ซึ่งเป็นสถานที่ที่สวยแห่งหนึ่งในโอซาก้า ประทับใจมาก มันคือแสงสุดท้ายที่สวยมากๆ เลย แสงที่ขอบฟ้ามันตัดกับตัวตึกของเมืองทำให้ดูโรแมนติกไม่เบาเลยค่ะ

วันนี้คือวันสุดท้ายของการอยู่ที่โอซาก้าแล้ว ก่อนจะกลับพลอยได้เดินทางไปไหว้พระที่วัดชิเท็นโนจิ (วัดในพระพุทธศาสนาแห่งแรกของแดนอาทิตย์อุทัย)วัดชินเท็นโนจิ มีธรรมเนียม ให้ล้างมือบ้วนปากให้สะอาด ชำระล้างสิ่งไม่ดีก่อนเข้าวัดด้วยค่ะ

พร้อมกับไปย้ำความฟินที่ตลาดคุโรมอนอีก 1 รอบ คราวนี้สั่งเยอะกว่าเดิมอีกเพราะจะกลับแล้ว 555 แล้วก็แวะไปทานราเมงมังกรที่ขึ้นชื่ออีก 1 ที่ ก่อนจะไปเล่นคีบตุ๊กตา เราได้มินเนี่ยนมาด้วยแหละ แต่เสียตังค์ไปเกือบ 900 เยน ถือว่าคุ้มนะคะ สนุกดี พลอยกรี๊ดลั่นร้านเลย 555และแล้วก็หมดเวลาของทริปนี้ ต้องบอกเลยว่าวันเวลาที่ญี่ปุ่นผ่านไปไวมาก อากาศดี เพื่อนๆคนไหนยังไม่เคยมาโอซาก้า บอกเลยว่าต้องมานะคะ ฟินสุดๆ ยังไงก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกๆคนมาที่เข้ามาอ่านนะคะ ถ้าเพื่อนๆสงสัยหรืออยากสอบถามตรงไหน เม้นมานะพลอยจะเข้ามาตอบเองเลยค่ะ แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า
ขอบคุณนะคะ

write a comment

X